DASTA ชวน “ท่องเที่ยวปันน้ำใจ”
หน่วยงาน :

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)
รายละเอียด :

DASTA ชวน “ท่องเที่ยวปันน้ำใจ”
การจัดการการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์
เพื่อการท่องเที่ยวฟื้นฟู
 
          เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ภาคใต้รวม 10 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี ตรัง ชุมพร สงขลา กระบี่ พังงา สตูล และจังหวัดนราธิวาส ได้ประสบกับปัญหาภัยภิบัติอย่างรุนแรง ทั้งอุทกภัยและดินโคลนถล่ม โทรทัศน์ทุกช่องพร้อมสื่อต่างๆ ได้รายงานข่าวเหตุการณ์ในพึ้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งข่าวการอพยพประชาชนออกจากบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมไปยังที่ปลอดภัยและข่าวความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านเรือน สิ่งก่อสร้างเรือกสวนไร่นา  ถนนและสะพานขาดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ตลอดจนสาธารณูปโภคต่าง ๆ ทั้งน้ำประปาไฟฟ้า โทรศัพท์ ที่ไม่สามารถใช้การได้

          หากเรายังจำกันได้ ภาพเหล่านี้เป็นเหตุการณ์เดียวกันกับเมื่อประมาณปลายปี 2553 หรือย้อนกลับไปไม่เกิน 6 เดือนก่อน กับสิ่งที่เกิดขึ้นแถบจังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ซึ่งคาดว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นเดียวกันนี้ถี่ขึ้นเรื่อยๆ ตามสภาพภูมิอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

          รัฐบาลที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงที่จะต้องระดมสรรพกำลังเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีในเบื้องต้น รวมถึงภาคเอกชน สื่อมวลชน และประชาชนทั่วประเทศที่ต่างแสดงออกถึงความห่วงใยในพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย ผ่านการการบริจาคสิ่งของเงินทอง การลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือ การทำอาหารแจกจ่าย การให้ความช่วยเหลือเรื่องการก่อสร้าง การรักษาพยาบาล และอื่นๆ ตามความรู้ความสามารถอย่างเต็มกำลัง แต่ความช่วยเหลือนั้นมีอย่างท่วมท้นเฉพาะในช่วงต้นเท่านั้นดังนั้นนอกจากการแก้ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้าแล้ว ยังจำเป็นต้องมีการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องอีกด้วย โดยเฉพาะผลกระทบต่อเนื่องที่ตามมาอย่างเห็นได้ชัดเจนคือความเสียหายของภาคเกษตรกรรม และภาคการท่องเที่ยว 

          สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยตรงกับธุรกิจการท่องเที่ยวหลังเกิดเหตุภัยพิบัติในภาคใต้คือ แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และกระบี่ ได้รับความเสียหายโดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่เป้าหมายสำหรับการท่องเที่ยว รวมทั้งเส้นทางคมนาคมต่างๆ ที่อาจไม่ได้รับความสะดวกหรือปลอดภัยในการสัญจรไปมาทำให้นักท่องเที่ยวอยู่ในสภาวะการหวั่นวิตกและไม่มีความมั่นใจในการวางแผนเดินทางท่องเที่ยวซึ่งส่งผลไปถึงพื้นที่ใกล้เคียงที่ไม่ได้รับความเสียหายด้วย เหตุภัยพิบัติในครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของฤดูกาลท่องเที่ยวทางภาคใต้ นักท่องเที่ยวที่เป็นหมู่คณะจึงได้ยกเลิกการเดินทางเกือบทั้งหมด ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวทั้งบริษัทนำเที่ยว ผู้ให้บริการที่พัก ร้านอาหารร้านค้า ชุมชนท่องเที่ยวและโฮมสเตย์ต่างๆ จึงได้รับผลกระทบโดยตรงฉะนั้น ทางแก้ปัญหาก็คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้กลับเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่โดยเร็วโดยการช่วยกันประชาสัมพันธ์ข่าวสารข้อเท็จจริงออกไปให้ทราบในวงกว้าง

          ในฐานะที่DASTAหรือ อพท. ชื่อองค์กรเต็มๆ ว่าองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) มีบทบาทด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อีกทั้งมีพันธกิจด้านการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนท้องถิ่นของตน DASTA จึงได้หาแนวทางเพื่อให้การช่วยเหลือด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดสุราษฎร์ธานี หนึ่งในพื้นที่เตรียมการประกาศเป็นพื้นที่พิเศษ สุราษฎร์ธานีเป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง สรุปความเสียหายประมาณ 4,180 ล้านบาท แม้ว่าขณะนี้จะเข้าสู่ภาวะปกติหลังระดับน้ำลดลง และอยู่ในระหว่างการบูรณะฟื้นฟู แต่จำนวนของนักท่องเที่ยวก็ยังไม่กลับมาเท่าเดิม ตลอดจนชุมชนโฮมสเตย์ที่ส่วนมากจะอยู่ติดแม่น้ำยังได้รับความเดือดร้อน DASTA จึงได้นำเอาการจัดการการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยวฟื้นฟู ภายใต้การดำเนินงานโครงการท่องเที่ยวสร้างสรรค์เข้ามาเป็นแนวทางการส่งเสริมและฟื้นฟูการท่องเที่ยวภายหลังสถานการณ์ภัยพิบัติ ด้วยการใช้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการฟื้นฟูเพื่อช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนชุมชนแวดล้อมและภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเราเรียกว่า “การท่องเที่ยวฟื้นฟู” หรือการท่องเที่ยวแบบปันน้ำใจ อันมีองค์ประกอบในการทำให้เกิดความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

1. 
การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวฟื้นฟูเพื่อรวบรวมข้อมูลการท่องเที่ยวหลังประสบภัย สำหรับให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่ประสงค์จะวางแผนการท่องเที่ยวหรือได้วางแผนไว้แล้วอีกทั้งเป็นการกลั่นกรองข้อเท็จจริงของแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความเสียหายและแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ได้รับผลกระทบ ศูนย์ฯ ดังกล่าวจะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจในความปลอดภัย ทั้งในด้านการเดินทาง การพักอาศัย และกิจกรรมท่องเที่ยว ข้อมูลส่วนนี้เป็นจะข้อมูลจากพื้นที่โดยตรง มีหน่วยงานในพื้นที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูล โดยจะต้องให้บริการข้อมูลในรูปแบบดิจิตอล และ/หรือ Call Center ของหน่วยงานต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว ในปัจจุบันนี้ ยังไม่มีการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวหลังภัยพิบัติขึ้นทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถหาข้อมูลการให้บริการได้

2. กลุ่มรับผิดชอบการจัดการการท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นทีมนำเที่ยวหรือทีมบริหารการท่องเที่ยว ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มบริการการท่องเที่ยวต่างๆ ในชุมชน ที่พร้อมสำหรับการจัดการนำเที่ยว อาจมีได้หลากหลายกลุ่ม ขึ้นอยู่กับความพร้อมในพื้นที่ กลุ่มนี้จะมีความรับผิดชอบในการสรุปข้อมูลเส้นทางการท่องเที่ยวดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยวภายหลังภัยพิบัติได้  การบริการการท่องเที่ยวจะประสบความสำเร็จหากข้อมูลดังกล่าวมีความถูกต้องและมีความรวดเร็ว โดยจะเน้นให้มีรูปแบบเนื้อหาการท่องเที่ยวที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ถึงผลกระทบของภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น

3. นโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยภาครัฐที่ต้องให้การสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยวภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว เช่น สนับสนุนการเดินทาง สนับสนุนที่พัก เป็นต้น การส่งเสริมการท่องเที่ยวดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้หลังภัยพิบัติเท่านั้น ยังเป็นการส่งเสริมทัศนคติด้านบวกของนักท่องเที่ยว  การแบ่งปันน้ำใจการให้กำลังใจไปสู่ผู้ที่กำลังประสบกับปัญหา ทำให้เกิดความรัก ความผูกผัน และเกิดความสามัคคี แม้ในยามยากลำบากคับขัน  และที่สำคัญการท่องเที่ยวภายใต้สถานการณ์นี้จะสามารถหล่อหลอมให้นักท่องเที่ยวเกิดสำนึกต่อการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในประเทศ นอกจากนี้ การท่องเที่ยวแบบปันน้ำใจ ให้ความช่วยเหลือบุคคลที่ได้รับความลำบากนั้น เป็นรูปการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งที่สอดรับกับลักษณะการท่องเที่ยวของคนไทยที่ชอบการท่องเที่ยวแบบทำบุญ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวไหว้พระ 9 วัด ทัวร์กฐิน ทัวร์ผ้าป่า ฯลฯ

4. การจัดตั้งกลุ่มทางสังคมชื่อ "อาสาท่องเที่ยว เพื่อการฟื้นฟู"สำหรับผู้มีจิตอาสาจิตสาธารณประโยชน์ ได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสานความเข้าใจอันดีแก่กัน  แม้ว่าคนไทยโดยส่วนมากจะเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเทศกาล งานประเพณี และแม้ว่าในช่วงหลังภัยพิบัติอาจไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมต่อการท่องเที่ยว  แต่หากมีกลุ่มทางสังคม กลุ่ม"อาสาท่องเที่ยว เพื่อการฟื้นฟู"จะสามารถช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยวและช่วยเหลือสังคมได้อีกทางหนึ่งโดยผู้ที่เป็นสมาชิก "อาสาท่องเที่ยว" จะได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ ในด้านการท่องเที่ยวรวมทั้งประสบการณ์ที่แปลกใหม่

          
ทั้งนี้ ในเบื้องต้น DASTA จะเปิดรับสมัคร "อาสาท่องเที่ยว เพื่อการฟื้นฟู"ให้นักท่องเที่ยวที่มีจิตอาสา มีความเชี่ยวชาญในการถ่ายภาพทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวและเขียนบทความไปท่องเที่ยวฟื้นฟูร่วมกัน ที่สำคัญกลุ่มอาสากลุ่มนี้จะได้ถ่ายทอดข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวไปสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวอื่นต่อไปได้อีกซึ่งถือได้ว่าเป็นกลุ่มนำร่องเพื่อการท่องเที่ยวฟื้นฟู โดย DASTAจะจัดให้มีโครงการในลักษณะนี้อย่างสม่ำเสมอ จึงขอเชิญชวนให้ผู้สนใจส่งข้อมูลของท่านมาเข้ามาสมัครหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ piyanat.k@dasta.or.th ความร่วมมือร่วมใจของทุกคน จะนำไปสู่การฟื้นฟูการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ และนำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนที่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง